เอล กลาซิโกรอบนี้ที่ Spotify Camp Nou เป็นศึกระหว่างจ่าฝูงที่ชนะลีกมาครบ 9 นัดกับทีมอันดับ 3 ที่ตามอยู่ 6 แต้ม ราคาให้บาร์เซโลนาต่อหนึ่งลูก ซึ่งหมายความว่าเจ้าบ้านต้องชนะอย่างน้อย 2 ลูกถึงจะได้เต็ม ส่วนชนะลูกเดียวคือคืนทุน จุดที่ต้องชั่งน้ำหนักคือบาร์ซาร้อนแรงแค่ไหน และเรอัล มาดริดที่ขาด วินิซิอุส จูเนียร์ จะรับมือได้หรือไม่
ข่าวทีมและความพร้อมของผู้เล่น
ฝั่งบาร์ซา ฮันซี ฟลิก ยืนยันว่า ฮูลส์ กุนเด และ ดานี โอลโม ไม่พร้อมลงสนาม โดยโค้ชบอกถึงกรณีกุนเดว่า "we don't want to take any risks" ส่วนโอลโมเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านในจากเกมพ่ายเปแอสเชเมื่อวันอังคาร คาดพักราวหนึ่งเดือน นอกจากนี้ยังมี อาร์ บาร์จี, เอริค การ์เซีย และ อันเดรียส คริสเตนเซน ที่อยู่ในรายชื่อเจ็บ
ฝั่งมาดริด ขาด โรดรีโก (เข่า), แฟร์ล็องด์ แมนดี (สะโพก) และ ราอูล อาเซนซิโอ (ขา) ส่วน วินิซิอุส จูเนียร์ โดนใบแดงจึงติดแบน ส่วน โรดรีโก ก็เจ็บเข่า ทีมเยือนจึงขาดผู้เล่นชื่อใหญ่ถึงสองคนในเกมนี้
ตัวจริงที่คาดของทั้งสองทีม
คาดว่าบาร์ซาจะส่ง ฮวน การ์เซีย ในกรอบ แนวรับเป็น ชูเอา กันเซโล, เปา กูบาร์ซี, เจราร์ด มาร์ติน และ ชาบี เอสปาร์ต กลางสนามมี โรดรี คู่ เปดรี โดยมี ลามีน ยามาล, แฟร์มิน โลเปซ และ แอนโทนี กอร์ดอน หนุนหลัง ราฟินญา เป็นหัวหอก ตามการคาดการณ์ของ Sports Mole ที่ระบุว่าโรดรีและแฟร์มินมีแนวโน้มกลับมาเป็นตัวจริง หลังเริ่มจากม้านั่งในเกมพบเปแอสเช
ฝั่งมาดริด Sports Mole คาดว่า ตีโบ กูร์ตวา เฝ้าเสา แนวรับมี เฟเดริโก บัลเบร์เด, อิบราฮิมา โกนาเต, ดีน ไฮเซน และ มาร์ก กูกูเรยา ในแดนกลางเป็น โอเรลีง ชูอาเมนี คู่ แบร์นาร์โด ซิลบา โดยมี อาร์ดา กูเลอร์, จู๊ด เบลลิงแฮม และ ยาน ดิอาแมนเด ตามหลัง คีลียัน เอ็มบัปเป หัวหอก โค้ชโฆเซ มูรินโญ มีเรื่องให้คิดในแดนกลาง เพราะ บัลเบร์เดอาจไปเล่นแบ็กขวา ทำให้ ดุมฟรีส และ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ไม่ได้ลง และเปิดทางให้ซิลบาหลังผลงานดีในเกมชนะไลป์ซิก ส่วน เอนดริก และ บราฮิม ดิอาซ คาดอยู่ม้านั่ง
ฟอร์มและตารางคะแนน
บาร์ซาชนะ 9 จาก 9 นัดในลาลิกา 27 แต้ม ยิงได้ 39 ลูก เสีย 9 ลูก ขณะที่มาดริดมี 21 แต้ม ชนะ 7 แพ้ 2 ยิง 23 เสีย 9 เสียประตูเท่ากัน แต่บาร์ซายิงมากกว่าถึง 16 ลูก ภาพนี้บอกชัดว่าบาร์ซามีอำนาจการทำประตูเหนือกว่า
ห้านัดหลังสุดทุกรายการ บาร์ซาชนะ 4 แพ้ 1 ยิง 17 เสีย 8 นัดที่แพ้คือพ่ายเปแอสเช 2-4 ในแชมเปียนส์ลีก ส่วนในลาลิกาสามนัดในลิสต์ชนะหมด ยิง 11 เสีย 3 เช่น ชนะเบติส 5-2 และเกตาเฟ 3-0 ด้านมาดริดชนะ 4 แพ้ 1 ยิง 14 เสีย 6 ชนะไลป์ซิก 4-1, เซบียา 4-1 และโรมา 4-3 ก่อนหน้านั้นชนะบียาร์เรอัล 1-0 แต่แพ้แอตเลติโก มาดริด 1-2 เมื่อ 20 ก.ย. ตอนนี้มาดริดชนะ 4 นัดติด จึงไม่ใช่ทีมที่อยู่ในช่วงขาลง
ข้อสังเกตคือบาร์ซาเสียประตูในหลายเกมหลัง เช่น 4 ลูกให้เปแอสเช 2 ลูกให้เบติส ส่วนมาดริดก็เสียประตูแม้แต่ในเกมที่ชนะ นั่นทำให้เกมนี้มีโอกาสเห็นประตูทั้งสองฝ่าย
สถิติเจอกัน ชนะลูกเดียวบ่อยจนต้องระวัง
ห้านัดหลังสุด บาร์ซาชนะ 4 แพ้ 1 ได้แก่ 2-0 ในลาลิกาเมื่อ พ.ค. 2026, 3-2 ซูเปอร์คัพ ม.ค. 2026, 4-3 ลาลิกา พ.ค. 2025 และ 3-2 โกปา เดล เรย์ เม.ย. 2025 ส่วนนัดที่แพ้คือ 1-2 ที่มาดริดเมื่อ ต.ค. 2025 ในลีก นัดซูเปอร์คัพและโกปาเป็นนัดชิงที่แข่งในสนามกลาง จึงไม่นับเป็นเกมเหย้าของบาร์ซา
จุดสำคัญสำหรับคนเล่นราคา คือในชัยชนะ 4 นัดนั้น บาร์ซาชนะห่าง 2 ลูกแค่นัดเดียว คือ 2-0 อีกสามนัดชนะเพียงลูกเดียว ซึ่งที่ราคาต่อหนึ่งลูกคือคืนทุน ทุกนัดยกเว้น 2-0 มีประตูทั้งสองฝ่าย แปลว่ามาดริดมักหาประตูได้เสมอ และเรื่องนี้คือข้อกังวลหลักของฝั่งต่อ
มุมแท็กติกที่จะชี้ขาด
ถ้ายึดรายชื่อที่คาด บาร์ซามีแนวรุกที่ครบกว่า ทั้งยามาล, ราฟินญา, กอร์ดอน และแฟร์มิน ขณะที่มาดริดต้องพึ่งเอ็มบัปเปเป็นหลักเมื่อไม่มีวินิซิอุส การวางบัลเบร์เดเป็นแบ็กขวาอาจช่วยเรื่องความคล่องตัว แต่ก็เสี่ยงทำให้แดนกลางบางลงเมื่อเจอการเพรสจากเปดรีและโรดรี
ฝั่งบาร์ซา การที่กุนเดไม่อยู่ทำให้แนวรับต้องปรับตัว และสถิติเสียประตูในช่วงหลังก็บอกว่ามีช่องให้โดนเจาะ แต่การที่มาดริดขาดวินิซิอุสและโรดรีโกน่าจะช่วยถ่วงดุลได้
วิเคราะห์ราคาและทีเด็ด
บาร์ซาชนะ 9 นัดลีกรวด ยิง 39 ลูก แต่ศึกนี้ต้องชนะ 2 ลูกขึ้นไปถึงจะได้เต็ม
ปัจจัยที่หนุนบาร์ซาคือฟอร์มและตารางที่เหนือกว่าชัดเจน บวกกับการที่มาดริดขาดวินิซิอุสเพราะใบแดง ส่วนที่ค้านคือสถิติเจอกันที่ชนะลูกเดียวถึง 3 ใน 4 นัด และข่าวบาดเจ็บของฝั่งเจ้าบ้านอย่างกุนเดและโอลโม จึงมองว่ามีความได้เปรียบแต่ยังไม่ถึงขั้นสบาย เจ้าบ้านน่าจะเก็บชัยได้ และมีโอกาสทิ้งห่างสองลูกขึ้นไปจากความแรงของแนวรุก แต่ยังต้องเผื่อกรณีชนะเฉียดฉิวที่ราคานี้คืนทุนเท่านั้น
เมื่อรวมทุกอย่างแล้ว เลือกฝั่งบาร์ซาต่อหนึ่งลูก สกอร์ที่คาดคือ 3-1 ซึ่งผ่านราคาด้วยการชนะ 2 ลูก