คาร์ดิฟฟ์ ซิตี รั้งอันดับ 19 ของตารางแชมเปียนชิพ อังกฤษ ด้วย 11 แต้มจาก 11 นัด ขณะที่เบอร์มิงแฮมอยู่อันดับ 4 ด้วย 20 แต้ม ห่างกัน 9 แต้ม เกมคืนนี้ที่ Cardiff City Stadium จึงเป็นการพบกันระหว่างทีมที่กำลังดิ้นหนีจากโซนล่างกับทีมที่ชนะมา 3 นัดติดและไม่เสียประตูเลยใน 3 นัดหลังสุด ราคาเป็นเสมอ 0 ไม่มีทีมต่อ ทายฝั่งไหนก็ได้ ถ้าชนะได้เต็ม เสมอคืนทุน ทีเด็ดเลือกเบอร์มิงแฮมเป็นฝั่งที่เชียร์
คาร์ดิฟฟ์ทำได้ 18 ประตู เสีย 17 ประตู ชนะแค่ 2 เสมอ 5 แพ้ 4 จาก 11 นัด ส่วนเบอร์มิงแฮมชนะ 5 เสมอ 5 แพ้เพียงนัดเดียว ยิงได้ 20 เสีย 11 ตัวเลขในตารางบอกชัดว่าเบอร์มิงแฮมเป็นทีมที่มีเสถียรภาพมากกว่าทั้งรุกและรับ ขณะที่คาร์ดิฟฟ์ยังขาดความต่อเนื่อง สองชัยชนะของคาร์ดิฟฟ์ทั้งฤดูกาลอยู่ในลิสต์ 5 นัดหลังสุดทั้งคู่ และเกิดขึ้นในบ้านทั้งสองนัด จึงต้องให้เครดิตว่าทีมเจ้าบ้านมีจังหวะที่ทำเกมได้ดีเมื่อเล่นต่อหน้าผู้ชมของตัวเอง
ข่าวทีมคาร์ดิฟฟ์ ซิตี
ฝั่งคาร์ดิฟฟ์มีปัญหาเรื่องตัวผู้เล่นพอสมควร ตามรายงานของ Sports Mole เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม Gabriel Osho โดนแบนจากใบแดงในเกมที่เสมอมิดเดิลสโบรช์ และ Brit Brief รายงานว่าเขาต้องพักสามนัดหลังการอุทธรณ์ไม่สำเร็จ โค้ช Brian Barry-Murphy ยอมรับว่า "We appealed it because we felt it was a good case, but it was dismissed." การเสียแนวรับคนสำคัญไปในเกมที่ต้องเจอทีมซึ่งยิงคล่องคือข้อเสียที่ชัดเจน
ข้อมูลระบุว่า Calum Chambers (เข่า) และ Dylan Lawlor (ต้นขาหลัง) ยังไม่พร้อม ส่วน Rubin Colwill (ข้อเท้า) ตามข่าวของ Brit Brief เป็นข้อสงสัย โค้ชไม่อยากให้ลงสนามเร็วเกินไป และ Ronan Kpakio ก็เป็นข้อสงสัยหลังโดนเตะที่ขา
Yousef Salech เป็นอีกชื่อที่ต้องจับตา ข่าวจากทั้ง Sports Mole และ Brit Brief ระบุว่าเขากลับมาฟิตหลังบาดเจ็บไหล่ แต่ข้อมูลของระบบยังจัดเขาเป็นรายชื่อที่ไม่พร้อม จึงยังบอกไม่ได้ว่าเขาจะอยู่ในรายชื่อตัวจริงหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีรายชื่อตัวจริงที่คาดการณ์ของคาร์ดิฟฟ์ให้ใช้อ้างอิง
ข่าวทีมเบอร์มิงแฮมและตัวจริงที่คาดว่าจะเห็น
เบอร์มิงแฮมก็ไม่ได้ครบทีม Paik Seung-ho ไม่ได้ลงเล่น และโค้ช Davies บอกว่า "He just took a knock, so we have to wait a little bit longer." ตามรายงานของ Brit Brief ส่วน Marc Leonard (เอ็นร้อยหวาย) ไม่น่ากลับมาก่อนปีใหม่ และ Kristoffer Lund ก็ไม่พร้อม แต่ความลึกของทีมยังเพียงพอ เพราะผลงานช่วงหลังสะท้อนว่าคนที่ลงแทนทำหน้าที่ได้ดี
Sports Mole ระบุว่าเบอร์มิงแฮมเป็นทีมเดียวในแชมเปียนชิพที่ชนะทุกนัดหลังช่วงพักทีมชาติ และ Liam Millar ผู้เล่นยืมตัวจากฮัลล์ ยิงสองประตูใส่ QPR มีส่วนร่วมกับประตูถึง 7 ลูกใน 7 นัด ขณะที่ Demarai Gray คาดว่าจะเป็นตัวสำรอง
คาดว่าเบอร์มิงแฮมจะส่งผู้เล่นในแผน 4-5-1 ตามการคาดการณ์ของ Sports Mole โดยมี Beadle ในกรอบประตู แนวรับเป็น Osayi-Samuel, Neumann, Klarer และ Cochrane กลางสนามมี Iwata, Solis, Vicente, Stansfield และ Millar และมี Priske เป็นหัวหอกเดี่ยว
เบอร์มิงแฮมไม่เสียประตูเลยใน 3 นัดหลังสุด และชนะ 3 นัดติด ขณะที่คาร์ดิฟฟ์ต้องเล่นโดยขาดแนวรับตัวหลักอย่าง Osho
ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดทุกรายการ
คาร์ดิฟฟ์ใน 5 นัดหลังสุดทุกรายการ (ทั้งหมดเป็นเกมแชมเปียนชิพ) ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 ยิง 11 เสีย 7 ผลล่าสุดคือเสมอมิดเดิลสโบรช์ 2-2 ก่อนหน้านั้นชนะวัตฟอร์ด 5-1 แพ้แบล็คเบิร์น 1-2 ชนะชาร์ลตัน 3-1 และแพ้โบลตัน 0-1 ภาพที่เห็นคือเมื่อเล่นในบ้านตามลิสต์ 2 นัด ชนะทั้งคู่ ยิง 8 เสีย 2 แต่เมื่อออกไปเล่นนอกบ้านตามลิสต์ 3 นัด ไม่ชนะเลย
เบอร์มิงแฮมใน 5 นัดหลังสุดทุกรายการ ชนะ 4 เสมอ 1 ไม่แพ้ ยิง 12 เสีย 3 ไล่จากล่าสุดคือชนะ QPR 3-0 ชนะเปรสตัน 4-0 ชนะเวสต์บรอมวิช 1-0 เสมอมิดเดิลสโบรช์ 2-2 และชนะดาร์บี เคาน์ตี 2-1 นอกบ้านตามลิสต์ 2 นัด ชนะทั้งคู่ คือเวสต์บรอมวิช 1-0 และดาร์บี 2-1 จึงไม่ใช่ทีมที่เล่นดีเฉพาะในบ้านตัวเอง
สถิติเจอกัน
ห้านัดล่าสุดที่เคยพบกันระหว่างเดือนสิงหาคม 2022 ถึงเมษายน 2024 คาร์ดิฟฟ์เป็นฝ่ายได้เปรียบ ชนะ 4 แพ้ 1 ยิงรวม 7 ลูก เสีย 2 ลูก โดย 1 นัดเป็นลีกคัพ ซึ่งคาร์ดิฟฟ์ชนะ 3-1 เมื่อเดือนสิงหาคม 2023 สำหรับเกมที่คาร์ดิฟฟ์เป็นเจ้าบ้านในลิสต์นี้มี 2 นัด ชนะ 1-0 เมื่อสิงหาคม 2022 และแพ้ 0-1 เมื่อธันวาคม 2023
ต้องเตือนไว้ว่าข้อมูลชุดนี้เก่ากว่า 2 ปี น้ำหนักจึงน้อยกว่าฟอร์มปัจจุบัน แต่ก็เป็นปัจจัยเดียวที่ชี้ไปทางคาร์ดิฟฟ์ และเป็นเหตุผลที่ทำให้การเชียร์เบอร์มิงแฮมไม่ควรมั่นใจเต็มที่
มุมแท็กติกที่จะชี้ขาด
จุดชี้ขาดน่าจะอยู่ที่แนวรับของคาร์ดิฟฟ์ ทีมเสียไป 17 ประตูใน 11 นัด และต้องเสีย Osho จากโทษแบน ส่วนเบอร์มิงแฮมมีแนวรับที่เสียเพียง 3 ลูกใน 5 นัดหลังสุด Millar ที่มีส่วนร่วมกับประตู 7 ลูกใน 7 นัดตามรายงานของ Sports Mole คืออาวุธที่เบอร์มิงแฮมใช้สร้างความต่างได้
ฝั่งคาร์ดิฟฟ์ยังมีความสามารถในการทำประตูจากผลงานที่ยิง 5 ประตูใส่วัตฟอร์ดในบ้าน แต่ผลงานนอกบ้านที่ไม่ชนะเลย 3 นัดในลิสต์ ไม่ใช่สัญญาณที่ดีนักเมื่อต้องเจอทีมที่ไม่เสียประตูมา 3 นัด
วิเคราะห์ราคาและมุมมอง
ราคาเสมอ 0 ไม่มีทีมต่อ ทายฝั่งไหนก็ได้ ชนะได้เต็ม เสมอคืนทุน แพ้เสียเต็ม ราคานี้บอกว่าตลาดมองสองทีมใกล้เคียงกันทั้งที่ตารางห่างกัน 9 แต้ม ซึ่งเปิดช่องให้เลือกทีมที่ฟอร์มดีกว่าได้ในราคาที่ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม
ถ้าชั่งน้ำหนักเป็นรายปัจจัย ปัจจัยราคาไม่มีข้อมูลความเคลื่อนไหวจึงไม่นำมานับ ฟอร์มและตารางชี้ไปทางเบอร์มิงแฮมอย่างชัดเจน ปัจจัยผู้เล่นและข่าวก็ค่อนไปทางเบอร์มิงแฮมเพราะคาร์ดิฟฟ์ขาด Osho และมีผู้เล่นหลายคนเป็นข้อสงสัย ส่วนสถิติเจอกันชี้ไปทางคาร์ดิฟฟ์ เมื่อมีปัจจัยค้านหนึ่งข้อและข้อมูลที่ใช้ได้มีไม่ครบ จึงให้น้ำหนักเลือกเบอร์มิงแฮมแบบไม่เต็มที่
บทสรุปและทีเด็ด
เบอร์มิงแฮมมีฟอร์มที่ดีกว่า ตารางที่สูงกว่า และคู่แข่งที่ขาดแนวรับตัวหลัก คาดว่าทีมเยือนมีโอกาสเก็บสามแต้มจากความนิ่งของแนวรับและฟอร์มที่ต่อเนื่อง สกอร์ที่คาดคือคาร์ดิฟฟ์ 0-1 เบอร์มิงแฮม